ผู้เขียน หัวข้อ: โรมาเนีย  (อ่าน 2917 ครั้ง)

chanasnant

  • บุคคลทั่วไป
โรมาเนีย
« เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2011, 02:09:51 pm »
โรมาเนีย
เป็นประเทศในทวีปยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ มีอาณาเขตทิศตะวันออกเฉียงเหนือจดประเทศยูเครนและประเทศมอลโดวา ทิศตะวันตกจดประเทศฮังการีและประเทศเซอร์เบีย ทิศใต้จดประเทศบัลแกเรีย โรมาเนียมีชายฝั่งบนทะเลดำด้วย  ดินแดนแห่งนี้จึงได้รับสมญานามว่า ปารีสน้อยแห่งยุโรปตะวันออก


ภูมิศาสตร์
โรมาเนียเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดใน ยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ มีเทือกเขาทรานซิลเวเนียแอลป์อยู่ทางตอนกลางของประเทศ และมีเทือกเขาคาร์เปเธียนอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มีที่ราบทางตอนใต้ของเทือกเขาทรานซิลเวเนียแอลป์เป็นที่ทางการเกษตรเรียกว่า วอลลาเชีย โรมาเนียจัดเป็นประเทศที่ยังมีความหลากหลายทางธรรมชาติอยู่มาก โดยทางเมืองแถบทรานซิลเวเนียแอลป์ยังมีสัตว์ป่า เช่น หมีสีน้ำตาล หมาป่าสีเทา แมวป่าบางชนิด และละมั่งอยู่ในปริมาณที่เยอะมากกว่าประเทศอื่นๆในแถบยุโรป ซึ่งลดจำนวนลงเรื่อยๆ

ประชากร
ประชากร 22.3 ล้านคน (กรกฎาคม 2549) ประกอบด้วย โรมาเนีย (ร้อยละ 89.5) ฮังการี (ร้อยละ 6.6) โรมา (ร้อยละ 2.5) เยอรมัน (ร้อยละ 0.3) ยูเครน (ร้อยละ 0.3)

ที่ตั้ง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป บนคาบสมุทรบอลข่าน
ด้านเหนือและตะวันออกติดกับมอลโดวาและยูเครน
ด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ติดกับฮังการี
ด้านใต้ติดกับบัลแกเรีย
ด้านตะวันตกเฉียงใต้ติดกับเซอร์เบีย
ด้านตะวันออกเฉียงใต้ติดกับทะเลดำ

พื้นที่ 237,500 ตารางกิโลเมตร (ราว 1 ใน 2 ของไทย)

เมืองหลวง กรุงบูคาเรสต์ (Bucharest)

ประชากร
22,215,421 ล้านคน (2552) ประกอบด้วยโรมาเนีย (ร้อยละ 89.5) ฮังการี (ร้อยละ 6.6) โรมา (ร้อยละ 2.5) เยอรมัน (ร้อยละ 0.3) ยูเครน (ร้อยละ 0.3)

ภูมิอากาศ
อากาศอบอุ่นและมีแสงแดดมากในฤดูร้อน อากาศเย็นและแห้งในฤดูใบไม้ร่วง อากาศหนาวเย็นในฤดูหนาว อากาศเย็นในช่วงเช้าและค่ำของฤดูใบไม้ผลิ และอบอุ่นในช่วงกลางวันของฤดูใบไม้ผลิ

ภาษาราชการ โรมาเนียน

ศาสนา
นิกายออร์โธดอกซ์ (ร้อยละ 86.5) โปรเตสแตนท์ (ร้อยละ7.5) นิกายโรมันคาทอลิก (ร้อยละ 4.7) และอื่นๆ (ร้อยละ1)

หน่วยเงินตรา รอน (RON) (1 รอน ประมาณ 11.99 บาท สถานะ ณ วันที่ 20 ม.ค.53)

ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ โดยเป็นระบบสภาคู่

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
บูคาเรสต์ (อังกฤษ: Bucharest; โรมาเนีย: Bucuresti)
เป็นเมืองหลวง เมืองอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศโรมาเนีย เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโรมาเนีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแดมโบวิตา เมืองบูคาเรสต์มีระบุไว้ในเอกสารมาตั้งแต่ปี 1459 จากนั้นก็หายไปอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง จนกลายมาเป็นเมืองหลวงของโรมาเนียในปี 1862เป็นเมืองมีจุดแข็งในเรื่องของศูนย์กลางของสื่อมวลชนโรมาเนียวัฒนธรรม และศิลปะมีสถาปัตยกรรมหลายรูปแบบที่รวมสถาปัตยกรรมประวัติ ศาสตร์,สถาปัตยกรรมหลังสงคราม,เป็นต้น ความงามด้านสถาปัตยกรรมของเมืองทำให้เมืองมีชื่อเล่นว่า "ปารีสน้อยแห่งตะวันออก" (Micul Paris) และถึงแม้อาคารหลายหลังและเขตในศูนย์กลางประวัติศาสตร์จะถูกทำลายในช่วง สงครามหรือแผ่นดินไหว รวมถึงโครงการปรับปรุงโครงสร้างเมืองของนิโคไล เชาเชสกู แต่ก็มีอาคารสวยงามหลงเหลืออยู่ ในปีหลัง ๆ เมืองมีความรุ่งเรืองด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม จากข้อมูลเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2009 บูคาเรสต์มีประชากรอยู่ราว 1,944,367คนเขตเมืองขยายเกินไปมากทำให้ปัจจุบันเมืองบูคาเรสต์และมี ประชากรอยู่ 2 ล้านคน บูคาเรสต์เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 6 ของสหภาพยุโรป นับจากจำนวนประชากรในเขตจำกัดเมือง ในด้านเศรษฐกิจ ถือเป็นเมืองที่เจริญมั่งคั่งที่สุดในประเทศโรมาเนีย และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมและการขนส่งของยุโรปตะวันออก เป็นเมืองหนึ่งที่ร่ำรวยที่สุดในโรมาเนีย เป็นเมืองที่ครอบคลุมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการประชุม การศึกษา งานทางด้านวัฒนธรรม ช็อปปิ้งอาเขต และบริเวณสันทนาการ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติหรือ พิพิธภัณฑ์สมบัติแห่งชาติโรมาเนีย “NATIONAL TREASURE”
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความเก่าแก่เป็น สถานที่ที่เก็บสมบัติอันล้ำค่าของพระมหากษัตริย์แห่งโรมาเนียในสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นมงกุฎเพชร, เครื่องประดับเพชรและอัญมณีล้ำค่าต่างๆ ตลอดจนเครื่องราชอิสริยภรณ์ เป็นต้น ในแต่ละยุคสมัย ทำให้นักท่องเที่ยว ได้ความรู้ เกี่ยวกับประเทศโรมาเนียมากขึ้นจากการเข้ามาชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

อาคารรัฐสภา (Palace of Paliament)
เป็นอาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป แต่ถ้าในระดับโลกแล้วก็เป็นรองเพียงแค่ตึกเพนตากอนของอเมริกาเท่านั้น อาคารนี้มีห้องมากว่า 2,000ห้อง ใช้เวลาสร้างนานถึง 5 ปี โดยใช้สถาปนิกถึง 700 คน และแรงงานถึง 30,000 คน ผลัดกันทำงานเป็นช่วงเวลา 3 กะ อาคารนี้มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ด้วยลักษณะภายนอกที่สูงใหญ่ตระการตา

พิพิธภัณฑ์หมู่บ้าน (Muzeul Satului หรือ Village Museum)
เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของยุโรป ตั้งอยู่ริมทะเลสาบภายในสวนสาธารณะ Herastrau Park ณ กรุงบูคาเรสต์ เมืองหลวงของประเทศโรมาเนีย ซึ่งมีสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่สร้างด้วยไม้ ดิน และหิน เรียงรายอยู่ริมทะเลสาบ ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเห็นเป็นจุดเด่นชัดของ พิพิธภัณฑ์ ภายในพิพิธภัณฑ์ ประกอบด้วย บ้านเรือนอายุนับร้อยปีจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศโรมาเนีย ซึ่งได้ถูกรื้อถอนและ นำมาประกอบขึ้นใหม่บนพื้นที่กว่าแสนตารางเมตร แบ่งเป็น ๖ เขตตามภูมิภาคท้องถิ่น ได้แก่ Transylvania, Banat, Muntenia, Oltenia, Dobrogea และ Moldova ลักษณะของบ้านในแต่ละเขตจะสอดคล้องตามสภาพภูมิอากาศของแต่ละท้องถิ่น หลังคาบ้านในเขตภูเขาที่หนาวเย็นอย่าง Transylvania จะมุงด้วยฟางและสูงชันเพื่อป้องกันไม่ให้หิมะและฝนค้างบนหลังคา ส่วนบ้านใน Dobrogea ซึ่งเป็นเขตอบอุ่นบริเวณลุ่มแม่น้ำดานูบและทะเลดำ จะมุงด้วยไม้แต่จะไม่ชันมาก นอกจากนี้พื้นที่ในแต่ละส่วนจะแสดงถึงวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และเอกลักษณ์ท้องถิ่นผ่านองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบ้านเรือน รั้ว ซุ้มประตู ที่มีลายแกะสลัก โบสถ์ โรงนา เพิงเก็บหญ้าแห้งคอกสัตว์ เครื่องมือทำไร่ทำนา และอุปกรณ์ผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคตามภูมิปัญญาท้องถิ่นเช่น เตาผิง กังหัน บ่อน้ำ เครื่องมือทอผ้า อุปกรณ์ผลิตชีส (เนยแข็ง) เมื่อนักท่องเที่ยวได้เดินเข้าไปเยี่ยมชมในบ้านแต่ละหลัง จะเห็นเครื่องเรือนที่จัดวางอยู่ ทั้งหม้อ ไห พรม ผ้าห่ม ผ้าทอ ชั้นวางจานชาม รวมทั้งของตกแต่ง มีรายละเอียดและเอกลักษณ์น่าสนใจไม่แพ้รูปแบบอาคาร แสดงถึงการผสมผสานอันลงตัวระหว่างความสวยงามและการใช้งาน บ้านโบราณและสิ่งจัดแสดงต่างๆ เหล่านี้ได้มาจากการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมเป็นเวลาราว ๑๐ ปี ของศาสตราจารย์ Dimitrie Gusti จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๗๙ จึงได้เริ่มสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้น นับว่าเป็นแหล่งศึกษาวัฒนธรรมและประเพณีที่น่าสนใจมาก นอกจากส่วนจัดแสดงทั่วไปแล้ว บางโอกาสยังมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การสาธิตงานฝีมือท้องถิ่น กิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กด้วย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ความรู้ในการเข้ามาชมพิพิธภัณฑ์ ตลอดจน ได้ความประทับใจกลับไปไม่รู้ลืม

จัตุรัสแห่งการปฏิวัติหรือลานปฎิวัติสงคราม (Revolution Square)
ซึ่งจะมีลักษณะ ถูกโอบล้อมไปด้วยอาคารที่มีความสำคัญซึ่งเคยเป็น สำนักงานใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ CEC (CEC Headquarter) ของอดีต ประธานาธิบดีนิโคลัส เชาเชสกู (Nicolae Ceausescu)ซึ่งเป็นผู้นำคอมมิวนิสต์ ที่เผด็จการ แสวง หาอำนาจในทางที่มิชอบ จึงโดนประชาชนก่อการปฎิวัติ ในปี ค.ศ. 1989

Romania Glass Street
เป็นถนนที่มีร้านค้าขายเครื่องแก้วมากมาย ทั้งเครื่องแก้วที่ผลิตจากการเป่า, คริสตัล, เครื่องแก้วที่ได้จากการเจียรนัย ในรูปแบบหลากหลายทั้งสไตล์โมเดิลและสไตล์โบฮีเมียนที่มีชื่อเสียง แต่ละร้านมีสินค้าให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเลือกซื้อไม่ว่าจะเป็นสินค้าตกแต่งบ้านหรือของฝากมากมาย

เมืองซีบิว
แห่งนี้มีจุดเด่นที่มีสถาปัตยกรรมแบบเยอรมันที่มีสีสันสวยงามแบบเมืองตุ๊กตาแถมยังมี
ปล่องระบายอากาศ ที่มีรูปร่างคล้ายกับดวงตาที่กำลังจ้องมองอยู่ นอกจากนี้เมืองซีบิวยังเป็นหนึ่งในเจ็ดของ
เมืองป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ แถมยังได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็น
เมืองมรดกโลกอีกด้วย สิ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญในการมาเที่ยวเมืองแห่งนี้ก็คือความรู้สึกประทับใจที่ได้มาชมบ้านเรือนที่มีความสวยงาม และความตื่นเต้นที่ได้มาชมโบสถ์คริสต์ศาสนานิกายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโบสถ์กลางเมืองซีบิว อันเป็นที่ตั้งของหลุมศพบุคคลสำคัญถึง 76 ศพ รวมไปถึงพระโอรสองค์หนึ่งของเจ้าชายวลาส เดเปล ผู้ซึ่งเป็นต้นตำนานของท่านเคาท์แดร็กคิวล่า

วิหารโคเซีย
วิหารแห่งนี้ ได้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1386 ภายในวิหารมีภาพจิตรกรรมที่เกี่ยวกับพระเยซูและนักบุญในคริสตศาสนามากมาย ซึ่งมีความงดงามมาก และเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว และในปัจจุบันวิหารแห่งนี้ยังคงใช้ในการประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์และศาสนกิจของ ผู้ที่มานับถือศาสนาคริสต์
โบสต์ป้อมปราการแห่งนี้ได้ว่าเป็นโบสถ์ที่ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO) และยังเคยใช้เป็นสถานทีประกอบพิธีทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศโรมาเนีย และนอกจากนี้
ยังเคยเป็นที่พักของบิชอปแห่งแคว้นทรานซิลวาเนียเมื่อ 300 กว่าปีมาแล้ว

เมืองบราซอฟ
เป็นอีกเมืองหนึ่งที่เเป็นเพชรน้ำงามแห่งยุโรปตะวันออกเป็นเมืองที่มีความสวยงามจนได้รับฉายาว่าเป็น สวิสน้อยแห่งยุโรปตะวันออก บราซอฟเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดแห่งแคว้นทรานซิลวาเนีย เป็นแคว้นที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศโรมาเนีย ซึ่ง แคว้น ทรานซิลวาเนีย เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยชาวแซกซอน และเคยถูกปกครองโดยชนชาติเยอรมันและเป็นศูนย์กลางทางการค้าของชาวแซกซอน ทำให้อาคารที่อยู่โดยทั่วไปมีตกแต่งตามสไตล์เยอรมัน เพราะได้รับวัฒนธรรม เยอรมัน มาจากการปกครอง และนอกจากนี้ ภายในเมือง บราซอฟ ยังเป็นที่ตั้งของ มหาวิทยาลัยแห่งแรกของ (Romania First School) ประเทศโรมาเนีย อีกด้วย

WALKING STREET
เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบราซอฟ ตลาดนี้เป็นถนนระหว่าง ตึก ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีความยาวติดต่อกัน ตลาดแห่งนี้ ผุ้จำหน่ายได้นำสินค้ามาวางจำหน่ายเป็นมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋าหนัง เครื่องใช้ในบ้าน และโดยเฉพาะร้านหนังสือที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แวะเข้ามาศึกษาหาข้อมูลต่างๆ

จัตุรัสสภา
เป็นหัวใจแห่งบราซอฟ จัตุรัสแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองบราซอฟ เป็นที่ตั้งของอาคารสภาชุมชนเมืองที่มีอายุกว่าพันปี เป็นที่ชุมนุมของสถาปัตยกรรมศิลป์หลากสมัย นับตั้งแต่อาคารแบบโรมาเนสก์ โบสถ์สไตล์เรอเนสซองซ์ โรงแรมแบบบาโร้ก รวมถึงร้านกาแฟภายในอาคารแบบโรโคโค ซึ่งสร้างต่อเนื่องกันมาหลายๆ สมัย จนเป็นที่มาของการขนานนามว่า “บราซอฟคือเมืองงามที่สุดของโรมาเนีย” และจัตุรัสแห่งนี้มีสิ่งที่สะดุดตาที่สุดของคือ หอคอย “ทรัมปีเตอร์” ที่มียอดบนอาคารเป็นโดมรูปหัวหอมซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบ “ไบแซนไทน์” ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมนี้ ที่รุ่งเรืองในยุโรปตะวันออกและรัสเซียมานานหลายศตวรรษ

โบสถ์ดำ หรือที่รู้จักในนาม "BLACK CHURCH"
ที่มีชื่อเสียง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1383 ซึ่งจัดเป็นโบสถ์ที่มีศิลปะโกธิคที่ใหญ่ที่สุด สาเหตุที่เรียกว่าที่เรียกว่าโบสถ์ดำ ก็เพราะว่าลักษณะภายนอกที่ถูกไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ.1689 ทำให้คราบดำจากเขม่าได้ไปเกาะที่ผนังโบสถ์ จนเป็นสีดำทะมึน ทางรัฐบาลประเทศโรมาเนียจึงทิ้งให้อยู่ในลักษณะนี้ เพื่อให้เป็นจุดเด่นของสถานที่แห่งนี้ ภายในโบสถ์มีพรมที่ถักทอด้วยมือของชาวเติร์กแขวนอยู่ทั่วระเบียงโดยรอบ ซึ่งทำให้มีสีจัดจ้านและสามารถช่วยทำให้โบสถ์มีสีสันสดใสขจัดความมืดภายในโบสถ์ไป และนอกจากนี้ยังมีรูปปั้นพระแม่มารีและนักบุญคนอื่นๆตั้งอยู่แทบทุกแห่ง ภายในโบสถ์

Village Museum
เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่จัดแสดงบ้านเรือนในแต่ละภูมิภาคของประเทศ ซึ่งได้รวบรวมมาเป็นระยะเวลานาน นับตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านแต่ละหลังมีอายุอานามนับร้อย ๆ ปี จัดแสดงเป็นหมวดหมู่ตามแว่นแคว้นของประเทศต่าง ๆ เช่น แคว้นทรานซิลวาเนียจะมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขา ตัวบ้านจึงมีหลังคาสูง และมีห้องใต้หลังคาเป็นช่องระบายความร้อน และควันเตาผิงซึ่งใช้ทำเนื้อรมควัน

ถนน Sfori
เป็นถนนที่แคบที่สุดในประเทศ โรมาเนีย และ ยังได้ชื่อว่าเป็นถนนสายที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอีก ด้วย ด้วยสาเหตุที่ว่าถนน Sforiแห่งนี้สร้างมานานกว่าพันปีแล้ว ปัจจุบันสองข้างทางของถนน Sforii เต็มไปด้วยแกลเลอรี่ศิลปะให้นักท่องเที่ยวได้ชมมากมาย ตลอดจนย่านนี้ยังถือเป็นย่านที่ศิลปินชาวบราซอฟ ชอบออกมาประ ชันฝีมือกันอยู่เสมอ การมาชมความงามของถนนสายนี้จึงเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวโรมาเนีย และนักท่องเที่ยวที่ได้มาถนนแห่ง นี้ก็ถือได้ว่าได้มาถึงเมืองบราซอฟแล้ว

เมืองบราน
เป็นเมืองแห่งที่ตั้งของปราสาท แดร็กคูล่า (ระยะทางจากเมือง BRASOV ถึงเมือง BRAN ใช้ระยะทางประมาณ 28 กม ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ตลอดเส้นทางที่ผ่านจนถึงเมืองเก่าที่มีปราสาทเก่าแก่ตั้งอยู่บนหน้าผา ล้วนเป็นเส้นทางที่เลี้ยวลด คดเคี้ยวตามป่าเขาที่ยังมีธรรมชาติอันงดงาม ลักษณะภูมิประเทศและทำเลที่ตั้งของปราสาทแห่งนี้จะดูรู้สึกวังเวง น่ากลัว เนื่องจาก ด้วยปราสาทของแดร็กคูล่าที่โดดเด่นตั้งอยู่บนยอด

ปราสาทบราน
เป็นที่รู้จักกันในนามของปราสาทแดร็กคูล่า ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดผาแต่ในความเป็นจริงปราสาทแห่งนี้ไม่ได้เป็นที่ประทับหรือเกี่ยวข้อง กับเจ้าชายวแล็ค ซึ่งเป็นบุคคลที่บราม สโตรกเกอร์ได้นำเรื่องราวของท่านมาผสมผสานกับตำนาน ผีดิบดูดเลือดจนก่อกำเนิดแดร็กคูล่าขึ้นมาแต่อย่างใด แต่ปราสาทนี้ไม่ได้มีความหรูหราอลังการเหมือนปราสาทเพเรส เพราะสร้างขึ้นเพื่อเป็นป้อมควบคุมเส้นทางการค้าและเก็บภาษีระหว่างแคว้นวาลันเซียและแคว้นทรานซิลวาเนีย และเหล่ากษัตริย์ก็ไม่ได้ประทับอยู่ที่นี่อย่างถาวร เพียงแค่มาพำนักชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่ใช่ว่าโรมาเนียจะมีดีเพียงแค่สถาปัตยกรรม และปราสาราชวังที่ดูมีมนต์ขลังเท่านั้น เพราะโรมาเนียเป็นประเทศที่มีชายฝั่งติดกับทะเลดำ จึงมีเมืองชายฝั่งทะเล คอนแสตนซ่า ที่มีชื่อเสียงทั้งในด้านของเมืองท่าสำคัญของยุโรปตะวันออก และเป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศยอดนิยมของชาวยุโรป มีชายหาดยาวกว่า 200 กิโลเมตร

พิพิธภัณฑ์ หอนาฬิกา (CLOCK TOWER)
เป็นพืพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียง ซึ่งในพิพิธภัณฑ์ของแต่ละห้องนั้น จะใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมของมีค่าที่ขุดได้ภายในเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา หรือ สิ่งของที่มีค่า ในสมัยประวัติศาสตร์ ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ได้กลายมาเป็น  แหล่งค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศที่นักท่องเที่ยวสนใจ

ปราสาทเพเรส
ตั้งอยู่ในแคว้นวาลันเซีย เมือง ชินายา เป็นปราสาทที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นปราสาทที่สวยงามที่สุดในประเทศโรมาเนีย สร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์คาโรลที่ 1 โดยใช้เวลาในการสร้างนานถึง 10 ปี ตัวปราสาทมีการตกแต่งในลักษณะเป็น ศิลปะแบบเยอรมัน ภายในปราสาทตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ มีการใช้ไม้แกะสลักงดงามอยู่มากมาย เป็นปราสาทที่รวบรวมงานศิลปะ จากประเทศต่าง ๆ ในยุโรป เช่น โคมไฟระย้าจากอิตาลี รูปภาพติดผนังจากฝรั่งเศส และ พรมทอมืออันงดงามจากตุรกี

เมืองออแกน ซีบุยลุย
เมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของเกลือแร่ที่สามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคได้ ซึ่งทางการแพทย์ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าน้ำเกลือจากทะเลสาบที่ได้จากเมืองนี้มีความเข้มข้นเทียบเท่ากับน้ำเกลือที่ได้จากทะเล DEAD SEA ในประเทศจอร์แดน ทำให้เมืองนี้มีชื่อเสียงในเรื่อง SPA และการบำบัดจากน้ำเกลือในทะเลสาบเป็นอย่างมาก และทำให้ นักท่องเที่ยวได้เข้ามาใช้บริการ เพื่อการผ่อนคลายเป็นเป็นจำนวนไม่น้อย

เหมืองเกลือ (SLANIC SALT MINE) ตั้งอยู่ในประเทศโรมาเนีย
เป็นเหมืองเกลือที่เกิดจาก ธรรมชาติ การเกาะกันของเกลือก่อให้เกิดความสวยงามดุจ การเกิดหินงอกหินย้ายในถ้ำตามธรรมชาติ และย้อนรอยระลึกถึงกรรมวิธีในการทำเหมืองเกลือของคนยุโรป ในอดีต ซึ่งเกลือได้ชื่อว่าเป็นเครื่องปรุงหลักในอาหารของคนยุโรป และมีความสำคัญมาก เหมืองเกลือแห่งนี้เป็นเหมืองเกลือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศโรมาเนียและใหญ่ที่สุดในแถบภูมิภาคยุโรปตะวันออกเฉียงใต้

เมืองบายามาเร
เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนระดับความสูง 1400 เมตร อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการทำเหมืองแร่ที่สำคัญที่สุดของโรมาเนียอีกด้วย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแร่ทองคำ เงิน และโลหะอื่นๆ ซึ่งทำกันมานานนับ 2,000 ปี และยังได้ชมความงดงามของอาคารบ้านเรือนแบบดั้งเดิมในย่านเมืองเก่า นอกจากนี้เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ และหอศิลป์ประจำเมือง

โบสถ์ไม้แห่งมารามูเรช
ถูกสร้างขึ้นในช่วงเริ่มต้นในศตวรรษที่ 17 ไปจนถึงศตวรรษที่ 19 ซึ่งต่อมาองค์การยูเนสโก ได้รับรองให้โบสถ์ไม้แห่งมารามูเรชทั้ง 8 แห่งเป็นมรดกโลก ในปี 1999 และถือว่าเป็นโบสถ์ไม้ที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม ที่มาจากยุคสมัยและพื้นที่ที่ต่างกัน โดยตัวอาคารส่วนใหญ่มักสร้างมาจากไม้ที่แคบและสูง ประกอบด้วยหอนาฬิกาที่สูง และแบบบาง ตั้งอยู่ทางปลายสุดทิศตะวันตกของอาคารอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโบสถ์ไม้แบบมารามูเรช และที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร คือ โบสถ์เหล่านี้มีหลังคาชั้นเดียวหรือสองชั้น มุงด้วยกระเบื้องไม้เป็นการแสดงออกของลักษณะพื้นถิ่นของภูมิทัศน์ วัฒนธรรมในพื้นที่ภูเขาของโรมาเนียทางตอนเหนือ

   
 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 25, 2011, 01:48:58 pm โดย chanasnant »